ประกาศ:

หยุดการอัพเดท ตั้งแต่ ตุลาคม 2556 เป็นต้นไป ให้เข้าชมที่ thaitvnews2014.blogspot.com

Friday, June 14, 2013

รวมคลิปข่าว ลำดับเหตุการณ์ อุ้มฆ่าเอกยุทธ





















มติชนออนไลน์ - คนขับรถสารภาพแล้ว ฆ่า"เอกยุทธ" หมกศพไว้ที่พัทลุง ตร.ลากตัวชี้ศพ "เฉลิม"บอก"ตายน้ำตื้น"


ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 11 มิถุนายน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีการหายตัวไป ของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง และเจ้าของเว็บไซต์อินไซเดอร์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่า จากที่ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด ขอตั้งข้อสันนิฐานว่า 1. เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง 2. ไม่ได้เป็นการสร้างสถานการณ์ของนายเอกยุทธ 3. ถูกฆาตกรรมชิงทรัพย์ ซึ่งตนให้น้ำหนักการถูกฆาตกรรมชิงทรัพย์มากกว่า เนื่องจากมีการเบิกเงินจำนวน 5 ล้านบาท ถือเป็นเงินจำนวนมากแล้วออกไปกับคนขับรถ จากได้รับรายงานในช่วงเช้าทราบว่า นายสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถของนายเอกยุทธ ให้การว่า รถไปเติมน้ำมันที่วังมะนาว จากนั้นจึงไปต่อที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และมีรถมารับนายเอกยุทธไป ตนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงต้องไป อ.ปราณบุรี ซึ่งคนขับก็ตอบไม่ได้ ตนเห็นตรงกันกับ พล.ต.อ. ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ซึ่งเป็นมือสืบสวนเก่า ว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่เกี่ยวข้อง ไม่มีการสร้างสถานการณ์ จึงฟันธงว่าถูกฆาตกรรม โดยคนขับรถและพวก จึงได้สั่งให้เรียกคนขันรถมาสอบสวนใหม่โดยละเอียด เพราะมั่นใจว่าถูกฆาตกรรม ชิงทรัพย์ เกี่ยวกับเงินจำนวน 5 ล้านบาท ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คิดว่า คนขับรถน่าจะเป็นผู้ลงมือทำเอง เพราะต้องการเงิน นายเอกยุทธเชื่อใจลูกน้อง ปลาตายน้ำตื้น

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ นายเอกยุทธเคยขัดแย้งกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ได้เป็นความขัดแย้งรุนแรง นึกอย่างไรถึงไปเบิกเงิน 5 ล้านแล้วให้มีคนรู้ การเบิกเงินจำนวนมากแล้วไปกับคนขับรถถือเป็นเรื่องอันตราย อย่างไรก็ตาม เรื่องของการรักษาความปลอดภัยภาครัฐดูแลได้ 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือประชาชนต้องช่วยกัน

เมื่อถามว่าเป็นห่วงว่า กรณีนี้จะถูกโจมตีทางการเมืองหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ถ้าอย่างนั้นต้องไม่รู้สาเหตุการตาย ถ้ารู้สาเหตุการตายรัฐบาลก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ฝ่ายตรงข้ามมีการโจมตีมาเพราะยังไม่รู้ข้อเท็จจริง เรื่องนี้รัฐบาลต้องพิสูจน์เพื่อทราบข้อเท็จจริง เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวตนอาจวิเคราะห์ผิดก็ได้ แต่เป็นการวิเคราะห์แบบตำรวจ เงิน 5 ล้านบาทเป็นเงินจำนวนมาก และคนขับเพิ่งมาทำงานกับนายเอกยุทธได้ไม่ถึงปี ไม่มีความใกล้ชิดเท่าที่ควร เชื่อว่าไม่มีเรื่องอื่นโดยเฉพาะการสร้างสถานการณ์ หากเป็นการสร้างสถานการณ์พอนายเอกยุทธกลับมา จะถือเป็นการทำรายชื่อเสียงของตัวเอง ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรงโดยเด็ดขาด ส่วนที่การพบศพชายนิรนามนั้น เชื่อว่าไม่ใช่นายเอกยุทธ เพราะนายเอกยุทธไม่ใช่คนนิรนาม ใครๆก็รู้จัก

เมื่อถามว่า อีกกรณีหนึ่งคือนายเอกยุทธเคยขัดแย้งกับรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ที่เคยออกมาแฉเรื่องโรงแรมโฟซีชั่นนั้น มองว่า เป็นเรื่องไร้สาระเป็นสีสัน ถ้าไม่มีคนอย่างนายเอกยุทธก็จะคิดถึง

"ผมไม่เชื่อคนขับ เหตุผลไม่เพียงพอ บอกว่ามีคนมารับนายเอกยุทธไป แล้วรับไปไหน ผมก็เลยให้สอบใหม่ แต่ตอนนี้ยังไม่มีอำนาจคุมตัว เพราะเป็นเพียงพยาน ผมเชื่อว่าถูกฆาตกรรม ถ้าคนขับรถลงเองเชื่อว่าตายแล้ว แต่ถ้าผิดต้องขอโทษด้วย" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการให้สัมภาษณ์ พล.ต.ท.คํารณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อรายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าวต่อ รองนายกรัฐมนตรี

ต่อมา เมื่อเวลา 18.00 น. ข่าวแจ้งว่า หลังจากสอบสวนอย่างหนัก นายสันติภาพ ได้กลับคำให้การสารภาพว่า ได้ร่วมกับพวกฆ่าชิงทรัพย์นายเอกยุทธ และหมกศพไว้ที่ จ.พัทลุง โดยขณะนี้ ตำรวจ บช.น. อยู่ระหว่างนำตัวไปที่กองบินตำรวจ เพื่อให้นายสันติภาพนำตัวไปชี้จุดที่ฆ่าทิ้งศพนายเอกยุทธแล้ว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงเวลา 13.00 น. ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวออกมาว่า มีการพบศพ ชายลักษณะคล้ายนายเอกยุทธ ในพื้นที่ค่ายตชด.434 จังหวัดพัทลุง และข่าวดังกล่าว ได้มีการแพร่กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งต่อมา ก็ได้รับการยืนยัน จาก พ.ต.ต.จักรพันธ์ พยับไชยกุล ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 434 ว่าไม่มีการพบศพนายเอกยุทธ ดังข่าวที่ออกมาแต่อย่างใด

เช่นเดียวกับ พล.ต.ท.พิสิฎฐ์ พิสุทธิศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ก็ยืนยันเช่นกันว่า ไม่มีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น โดยระบุว่า เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น ส่วนพลตำรวจตรีสุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการกองปราบปรามก็ปฎิเสธไม่ได้รับรายงานว่าพบศพนายเอกยุทธ มีเพียงพบศพชายนิรนามสวมแว่นตา นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณพื้นที่รอยต่อจังหวัดพัทลุงเท่านั้น แต่ยังไม่มีการยืนยันหรือตรวจสอบที่ชัดเจน เบื้องต้นเชื่อว่าไม่น่าจะใช้ศพของนายเอกยุทธตามกระแสข่าวลือเนื่องจากไม่มีหลักฐานใดบ่งบอก แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบท่แน่ชัดเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจน

ขณะที่ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า ได้มีการตรวจสอบเส้นทางการเข้า-ออกประเทศของนายเอกยุทธ แล้ว เนื่องจาก เป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชน ซึ่งเบื้องต้น ไม่พบหลักฐานใดๆ ที่แสดงว่า นายเอกยุทธ มีการเข้า-ออกนอกประเทศ ตามเส้นทางปกติ แต่ในส่วนของช่องทางธรรมชาติ ที่ใช้ในการเดินทางเข้า-ออกนอกประเทศได้ ก็มีหลายช่องทาง หากนายเอกยุทธ จะเดินทางออกไปประเทศพม่า ตามที่ นายสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถของนายเอกยุทธอ้าง ก็สามารถใช้ได้ทั้งทางเรือ หรือ เดินเท้า โดยสามารถเดินทางออกไปทางจังหวัดระนอง ทางอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หรือ ทางอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย แต่ก็เชื่อว่า ไม่น่าจะหลุดรอดสายตาของเจ้าหน้าที่ได้ และได้มีการสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่จับตาเป็นพิเศษแล้ว

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถของนายเอกยุทธ ได้เข้าพบพลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หลังเจ้าหน้าที่พบตัวนายสันติภาพ ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งอำเภอบางโทรัด จังหวัดสมุทรสาคร หลังรถเกิดยางแตกตั้งแต่ช่วงเช้าของเมื่อวานตามที่มีรายงานข่าวออกไปก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ นายสันติภาพ เผยว่า ปกตินายเอกยุทธเป็นคนที่มีความลับและระมัดระวังตัวอยู่เสมอเมื่อจะเดินทางไปที่ใดจะสั่งห้ามนายสันติภาพบอกใคร แม้แต่คนในครอบครัว ซึ่งกรณีนี้นายเอกยุทธได้สั่งให้ขับรถไปเก็บของที่บ้านพักและสั่งให้นายสันติภาพถอดสายกล้องวงจรปิด ก่อนจะสั่งให้ขับรถไปตามจุดต่างๆ และครั้งสุดท้ายสั่งให้ลงไปทางใต้แต่ไม่ได้บอกว่าไปที่ใดซึ่งระหว่างทางนายเอกยุทธได้โทรศัพท์อยู่ตลอดเวลาและเมื่อไปถึงบริเวณถนนบายพาสปราณบุรีนายเอกยุทธได้สั่งให้จอดรถพร้อมนำกระเป๋าเดินทางสองใบ(ซึ่งมีเงินห้าล้านที่เบิกไปก่อนหน้านี้)ขึ้นรถเก๋งสีดำหนึ่งคันไม่ทราบรุ่นและทะเบียนและมีรถเก๋งอีกหนึ่งคันมารอรับอยู่ด้วย พร้อมให้เงินนายสันติภาพไว้จำนวน1,000บาท และสั่งว่าห้ามบอกใครและถ้ากลับมาจะติดต่อมาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้นายสันติภาพเห็นว่ารถที่มารับนายเอกยุทธได้ขับมุ่งหน้าลงภาคใต้

ส่วนการที่รถโฟล์คไปปรากฎที่พัทลุงและสุราษฎร์ธานีนั้น นายสันติภาพอ้างว่าตนไม่รู้จะไปไหนเลยตั้งใจจะขับรถไปอวดเพื่อนที่จังหวัดพัทลุง

และจากการตรวจสอบภายในรถพบเงินสดจำนวน 66,030บาทของใช้ส่วนตัวรองเท้าเปื้อนโคลน1คู่ของนายสันติภาพ สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน พร้อมจดหมายหนึ่งฉบับมีความว่า

"ถึงบริษัทเน็ทอีสท์ ผมไม่ได้หนีไปไหน แต่นายสั่งให้ผมหลบไปสักพักแล้วค่อยกลับมา ผมไปส่งนายที่นึง นายสั่งห้ามบอกใคร และให้ผมกลับมาเวลานายกลับมา"

นายสันติภาพ อ้างต่อว่า จดหมายดังกล่าวเขียนขึ้นเพื่อใช้ในการตอบคำถามคนในออฟฟิศเนื่องจากทุกครั้งที่นายเอกยุทธหายไปจะมีคนถามว่าไปไหนอยู่บ่อยครั้งซึ่งหากนายสันติภาพบอกจะโดนตำหนิ

ขณะที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามตัวนายเอกยุทธ โดยมอบหมายรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลไปดูแล พร้อมประสานกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค8และภาค9 รวมทั้งศชต. และ ตม.ในการช่วยสืบสวนในพื้นที่ต่างๆ เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการเมือง และไม่ทราบถึงความปลอดภัย

ด้านญาติๆของนายเอกยุทธที่มารอการแถลงข่าวในครั้งนี้ได้แสดงความไม่พอใจทันทีที่เห็นนายสันติภาพเดินเข้ามาในห้องแถลงซึ่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้สั่งให้เจ้าหน้าที่นำญาติๆไปยังห้องอื่นโดยนางศุภากรณ์ แหวนหล่อ พี่สาวของนายเอกยุทธ ที่เข้าแจ้งความ กล่าวว่าตนไม่เชื่อคำให้การของนายสันติภาพ

-------------------

1 comment:

ข่าวยอดนิยม รอบสัปดาห์

คุณคิดอย่างไรกับมาตรา 112

ท่านชื่นชอบพรรคการเมืองใด

ชมสารคดีชั้นนำมากมาย